รีวิว บุพเพสันนิวาส 2 ถ้าใครเคยดูเวอร์ชันละคร จะรู้ว่าจุดขายคือความกรุบกริบและเคมีระหว่างพระนาง ทำให้เรื่องราวความรักแบบ cliche ไปต่อได้จนกลายเป็นกระแสทั่วบ้านทั่วเมือง พ่วงด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้หลายๆ คนหันมาสนใจศึกษาค้นคว้าเรื่องจริงทางประวัติศาสตร์กันมากขึ้น ดูหนัง 4k

ถ้านึกย้อนไปเมื่อตอนละครฉาย นอกจากกระแสความสนุก ประทับใจ ฟินเวอร์ของละครแบบถล่มทลายแล้ว ไอเทมสิ่งละอันพันละน้อยในละครยังกลายมาเป็นซอฟต์พาวเวอร์ให้ชาวไทยเพลานั้นแต่งตาม กินตาม ใช้ตาม เที่ยวตามกันเป็นว่าเล่น ตั้งแต่กระแสการแต่งชุดไทย กุ้งเผา หมูกระทะ มะม่วงน้ำปลาหวาน พี่หมื่นแรปด่าการะเกด (เจ้าเป็นคนกำเริบ ฯ) โล้สำเภา พ่อม้ำน้ำ มนต์กฤษณะกาลี มีมพี่กิ๊ก สุวัจนี ฯลฯ แถมยังพาให้หนังสือนิยายต้นฉบับที่ประพันธ์โดย ‘รอมแพง’ (จันทร์ยวีร์ สมปรีดา) ขายดีจนพิมพ์ซ้ำนับไม่ถ้วน รีวิวละครไทย

ภาคแรก ที่เรื่องราวอยู่ในยุคสมเด็จพระนารายณ์ฯ แห่งกรุงอโยธยา เราค่อนข้างพึงพอใจ ในแง่การมอบความบันเทิงในครัวเรือนและการกระตุ้นซอฟต์พาวเวอร์  ดูหนังออนไลน์ 4k

สำหรับภาคนี้ คนดูไม่จำเป็นต้องดูภาคแรกมาก่อนก็สามารถดูรู้เรื่อง แต่ถ้าเคยดู ก็จะเข้าใจบริบทบางอย่างมากกว่า เช่น cameos และ มนต์กฤษณะกาลี อีกอย่างหนึ่ง หนังเรื่องนี้เหมือนเป็นเรื่องราวของหนุ่มตัวละครใหม่ แล้วพี่หมื่นกับแม่หญิงการะเกดที่กลับชาติมาเกิดนั้นมาเป็นตัวเสริมทัพของพ่อหนุ่มคนนั้นอีกทีเสียมากกว่า

รีวิว บุพเพสันนิวาส 2

รีวิว บุพเพสันนิวาส 2 ผู้กำกับ

ตัวหนังได้ ‘พี่ปิ๊ง’ (อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม) ผู้กำกับแห่ง ‘จอกว้างฟิล์ม’ เจ้าของผลงาน ‘รถไฟฟ้า มาหานะเธอ’ (2552) และละคร ‘น้ำตากามเทพ’ (2558) มารับหน้าที่กำกับภาพยนตร์ แถมยังเปิ๊ดสะก๊าดด้วยการเป็นหนังไทยเรื่องแรกที่เปิดขายโทเคนดิจิทัลเพื่อระดมทุนสร้างผ่าน ‘Destiny Token’ ที่ขายหมดเกลี้ยงไปแล้วเรียบร้อย ได้มูลค่าระดมทุนรวม 265 ล้านบาท

ดำเนินรอยตามเวอร์ชันละครนั่นแหละ มีความพยายามจะใส่ให้ครบรส ครบเครื่อง ทั้งเรื่องรัก เรื่องประวัติศาสตร์ แถมด้วยเรื่องแอ็กชั่น ซึ่งเอาจริงๆ ก็น่าจะถูกจริตแฟนหนัง แฟนละครชาวไทย

รีวิว บุพเพสันนิวาส 2

หนังพยายามจะไม่ทำให้พล็อตเรื่องมันซ้ำกับเวอร์ชันละคร โดยเฉพาะธีมหลักที่แม้จะมุ่งหมายเรื่องเดียวกัน คือให้คุณค่ากับ “บุพเพสันนิวาส” แต่เอาจริงๆ เราก็ยังไม่เก็ตวิธีการตีความความหมายคำว่า “บุพเพสันนิวาส”

ดูซับซ้อนและดูเป็นความคิดความอ่านของคนสมัยใหม่มากไปหน่อย ซึ่งก็ไม่ผิดอะไร แต่ส่วนตัวเราอาจจะคาดหวังให้มันเรียบง่ายและลึกซึ้งกว่านี้

เนื้อเรื่อง

หลังจากครองรักกันอย่างหวานชื่นจนตายจากเมื่อครั้งสมัยอยุธยา พี่หมื่นและเกศสุรางค์ก็ได้กลับมาเกิดใหม่ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น แต่กลับมีเพียงคนเดียวที่ยังเชื่อในเรื่องบุพเพสันนิวาส

ภพ (โป๊ป ธนวรรธน์) นายช่างหนุ่มผู้มีรอยยิ้มหวานที่สุดในสยามประเทศ ฝันถึงหญิงสาวคนหนึ่งมานานหลายปีจนเขาเชื่อหมดใจว่าเธอคือคู่บุพเพสันนิวาส และเมื่อเขาได้พบกับ เกสร (เบลล่า ราณี) ผู้หญิงที่หน้าเหมือนสาวในฝันของเขาเด๊ะๆ

ภพจึงตามจีบเธออย่างไม่ลังเล แต่ติดตรงที่เกสรเป็นผู้หญิงหัวก้าวหน้า เพราะได้รับการศึกษาจากบาทหลวงฝรั่ง เธอจึงไม่เชื่อเรื่องบุพเพสันนิวาส แถมยังไม่ชอบขี้หน้าภพเลยสักนิด เพราะตอนนี้เธอกำลังสนใจ เมธัส (ไอซ์ พาริส) ชายหนุ่มหน้าฝรั่งที่ชอบใช้คำพูดแปลกผิดยุค แต่ดันไปพ้องกับข้อความในสมุดบันทึกโบราณของคุณหญิงการะเกดที่เพิ่งถูกค้นพบ หรือเมธัสจะเดินทางย้อนเวลามาจากอนาคตเช่นเดียวกับเกศสุรางค์

หนังฟอร์มยักษ์น้ำดีที่พลิกจากละครดังระดับตำนาน

เรื่องรักยังไม่คลี่คลาย ก็ดันมีเรื่องวุ่นวายให้ภพ เกสร และเมธัส ต้องเข้าไปพัวพันกับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของชาติบ้านเมือง ในยุคที่บุคคลสำคัญหลายท่านยังมีชีวิตโลดแล่นอยู่ ไม่ว่าจะเป็น สุนทรภู่ กวีเอกของโลก, หมอบรัดเลย์ บิดาแห่งการพิมพ์, บาทหลวงปาลเลอกัวซ์ ผู้นำกล้องถ่ายรูปเข้ามาในประเทศเป็นคนแรกและ นายห้างหันแตร เจ้าของห้างสรรพสินค้าแห่งแรกของไทยและยังเป็นผู้นำเรือกลไฟ ‘เอ็กสเปรส’  มาเสนอขายแก่สยามจนนำมาซึ่งเรื่องลุกลามบานปลายที่อาจทำให้ประวัติศาสตร์เกิดการเปลี่ยนแปลง

ภพและเกสรจะรักษาประวัติศาสตร์ให้เป็นเช่นเดิมได้หรือไม่ ความรักของทั้งคู่จะลงเอยเช่นไร บุพเพสันนิวาสจะนำพาพวกเขาไปพบเจอสิ่งใดกัน

คอนเซ็ปต์ของหนัง

ในแง่ของบทและคอนเซ็ปต์ ก็ต้องบอกว่า บุพเพฯ ๒ นี้ยังคงรักษาคอนเซ็ปต์ความเป็นรอมคอมที่หยิบเอาประวัติศาสตร์ และบุคคลสำคัญในสยาม มารวมเข้ากับความเป็น Fiction ได้อย่างค่อนข้างลงตัวนะครับ อาจจะเพราะด้วยรอมแพง เจ้าของบทประพันธ์ เข้ามาเป็นที่ปรึกษา เหมือนเป็นแกนกลางให้กับทีมเขียนบทของ GDH ด้วย ก็เลยยังคงสามารถผสมเรื่องแต่งเข้ากับประวัติศาสตร์ยุครัตนโกสินทร์สมัยรัชกาลที่ 3 ได้ออกมาสนุก น่าสนใจใคร่รู้ และมีจุดเชื่อมโยงถึงกันและกันและกันได้อย่างลงตัว

ยุคสมัยที่นายห้างหันแตรนำเรือเอ็กซ์เพรสเข้ามาขายในสยาม

ในขณะที่ฝั่ง GDH เองก็เข้ามายกเครื่องในส่วนของความเป็นนิยายได้สนุกเลย ตอนแรกผู้เขียนแอบกลัวแหละครับว่าทั้งสองฝั่งจะบาลานซ์เรื่องออกมาได้สมดุลไหม ซึ่งในองก์แรก ๆ ผู้เขียนที่เคยดูละครมานิดหน่อย ก็ยังพอแอบจับกลิ่นความเป็นละครช่อง 3 โดยเฉพาะพวกไวยากรณ์ทั้งวิธีการเล่าเรื่อง มุกตลก ต่าง ๆ นานา รวมทั้งการพยายามค่อย ๆ ใส่ Eester Egg จากละครบุพเพฯ เข้ามาเป็นจำนวนมากเพื่อเอาใจแฟน ๆ ที่เคยดูละครมาแล้ว และปูเรื่องจากภาคละครให้คนดูรู้เรื่องก่อนด้วย

ตัวหนังเริ่มค่อย ๆ ฉีกห่างและเริ่มเล่าเรื่องมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้ในอีกมุมหนึ่งจะเป็นการปูส่งเข้าเรื่องที่ค่อนข้างช้าเนีอยอยู่เหมือนกัน พอเริ่มเดินเรื่องอย่างจริงจัง ถึงเริ่มจับทางได้ว่า นี่มัน ‘บุพเพสันนิวาส ฉบับ GDH’ จริง ๆ นั่นแหละ ยิ่งใครที่เคยดูหนังหรือซิตคอมมาก่อน ก็น่าจะพอจับทางความเป็นรอมคอมในแบบของค่ายนี้ได้ แล้วพอมันถูกเล่าด้วยรูปแบบนี้ ผลที่ได้ก็คือ ตัวหนังก็เลยพยายามเล่าประวัติศาสตร์โดยที่ไม่จำเป็นต้องประดิษฐ์แช่มช้อยสวยงาม หรือต้องวางท่าให้เป็นหนังที่ถูกต้องเป๊ะ ๆ

ถูกเล่าด้วย Pace แบบหนัง GDH ที่ยังเหลือพื้นที่ให้ใส่ความเป็นแฟนตาซีจ๋า ๆ รื้อสร้างคาแรกเตอร์ใหม่ให้กับบุคคลในประวัติศาสตร์ (แบบไม่ต้องแคร์ว่าจะดูเป็นการลบหลู่หรือไม่) และยังเหลือพื้นที่ให้เล่าเรื่องแบบกาว ๆ หรือโบ๊ะบ๊ะแค่ไหนก็ได้ แต่ยังคงอยู่ในกรอบของความเป็นบุพเพฯ อยู่นั่นเอง

รายละเอียดเกล็ดเล็กน้อย

รายละเอียดเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในประวัติศาสตร์ในแบบฉบับของ GDH เอาไว้ได้อย่างมันมือ เต็มเหนี่ยว และลงตัวมากเสียจนคนที่ไม่เคยดูละครมาก่อน ก็สามารถดูไปด้วยได้แบบเพลิน ๆ และดูรู้เรื่อง พาร์ตฮาก็ได้ฮา พาร์ตโรแมนติกก็ได้ฟิน โดยเฉพาะคู่โป๊ป-เบลล่านี่ไม่ผิดหวัง

โป๊ปก็เล่นทั้งหล่อทั้งตลกได้พอดี ๆ ส่วนเบลล่าก็มีเสน่ห์มาก สวยขึ้นกล้องสุด ๆ อีกคนที่มีผลต่อเรื่องก็คือ ‘เมธัส’ (พาริส อินทรโกมาลย์สุต) ซึ่งจริง ๆ อีตานี่แหละคือตัวเดินเรื่องที่แท้จริง

“พี่หมื่น-น้องการะเกด”

มีข้อสังเกตอีกนั่นแหละว่า พอเกิดอาการมันมือแล้ว มันก็มีจุดที่เกิดอาการมันมือเกินไปอยู่เหมือนกัน อาการแรกก็คือ บางจังหวะของบางมุกที่แอบทำงานไม่เต็มสูบ บางจังหวะมุกที่ควรจะคม ๆ หรือตั้งใจวางไว้ให้ฮา กลับไม่คมแฮะ แต่มุกเล็กมุกน้อย มุกคำพูด หรือมุกจาก ‘พี่ปี่’ นี่คือฮาแตกมาก ๆ พี่ปุ๊กกี้ (ปวีณ์นุช แพ่งนคร)

นี่คือฮาธรรมชาติจริง ๆ อีกอย่างที่เกิดขึ้นคือ การเล่าเรื่องในบางจังหวะก็เกิดอาการเตะถ่วงจนทำให้เรื่องหลวมและยืดยาวเกินความจำเป็น โดยเฉพาะไคลแมกซ์ที่แอบวางให้พลิกล็อกไปมา ๆ จนยาวยืดตกท้องช้างไปบ้าง ซึ่งก็อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หนังมีความยาวมากเกินไปด้วย หากหนังเลือกหั่นฉาก ตัดซีนย้วย ๆ ออกบ้าง อาจทำให้ Pace สนุกกว่านี้

รีวิว บุพเพสันนิวาส 2

พล็อตเรื่อง ฉากต่าง ๆ ถูกรังสรรค์และจัดวางมาอย่างลงตัว เป็นพล็อตเรื่องที่คาดเดาไม่ค่อยได้ ไม่ดูถูกคนดู และมีเสน่ห์ในแง่ที่เต็มไปด้วยมุขตลก แต่ก็เต็มไปด้วยสาระ เกร็ดความรู้ทางประวัติศาสตร์มากเช่นกัน ทั้งยังเป็น 3 นาทีที่ใส่ความเป็นไทยในรัตนโกสินทร์ลงไปได้ราวกับกิ่งทองใบหยก สำหรับใครที่มีความรู้ประวัติศาสตร์ หรืออ่านเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับยุคสมัยนั้นมาบ้าง จะยิ่งสนุกขึ้นไปอีก

ตัวเดินเรื่องอย่าง “ภพ”,  “เกสร” , และ “เมธัส” ก็เดินเรื่องได้ดี แทบไม่มีที่ติ โป๊ปเบลล่า คือ นักแสดงที่เหมาะแก่การเป็นคู่พระนางของเรื่องนี้อย่างสมบูรณ์แบบ ดูแล้วสัมผัสได้ถึงความแตกต่างของ “พี่หมื่น-น้องการะเกด” และ “พี่ภพ-น้องเกสร” นอกจากนี้ ในภาพยนตร์เรื่องนี้คุณจะได้เห็นพัฒนาการการแสดงอีกขั้นของไอซ์ พาริส

ตัวละครที่แคสต์ได้ดีที่สุด คือ “ปาลเลอกัวซ์” เพราะแทบจะถอดร่างจากรูปภาพปาลเลอกัวซ์ในประวัติศาสตร์มาเลย ราวกับนั่งไทม์แมชชีนโดเรมอนมาแสดงให้เราดู คาแร็กเตอร์ก็เล่นได้อย่างน่าเชื่อถือ ดูเป็นคนมีความรู้

ในส่วนของงานภาพ แสง สี ของ “บุพเพสันนิวาส 2” GDH ทำได้ตามมาตรฐานของตนเอง เพราะงานภาพคม ละเอียด และค่อนข้างสมจริงเป็นอย่างมาก จะมองไปทางไหนก็สวยไปเสียทุกฉาก ไม่ว่าจะเป็นฉากเอฟเฟ็กต์ ฉากบู๊ ฉากรักโรแมนติก และอื่น ๆ อีกมากมาย

รีวิว บุพเพสันนิวาส 2

ในด้านของงานเสียง “บุพเพสันนิวาส 2” ซาวด์เอฟเฟ็กต์ต่าง ๆ ใส่เข้ามาในภาพยนตร์ได้อย่างลงตัว งานเสียงที่ปังที่สุด คือ เพลงประกอบภาพยนตร์ “ถ้าเธอรักใครคนหนึ่ง” ที่ได้นักร้องสาวพราวเสน่ห์อย่าง อิ๊งค์  วรันธร มาขับร้อง ความลงตัวของเพลง

คำบรรยายภาพ (Subtitle) เพราะเป็นภาษาอังกฤษที่สวย เข้ากับยุคสมัย มีการใช้คำภาษาอังกฤษโบราณมาประยุกต์กับการแปล เช่น คำว่า “thou” ที่เป็นสรรพนามภาษาอังกฤษในยุคสมัยก่อน

สรุปโดยรวม

โดยรวมแล้ว ‘บุพเพสันนิวาส ๒’ เป็นภาคขยายพหุจักรวาลของละครบุพเพสันนิวาสในแบบฉบับของ GDH ที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นรอมคอมพีเรียดอิงประวัติศาสตร์สไตล์ ‘ออเจ้า’ ได้อย่างสนุกสนาน เป็นหนังแฟนเซอร์วิสที่แฟนละครหลงรัก แต่ก็ยังมีพื้นที่กว้างให้คนที่ไม่เคยดูละครได้ตามทันแบบสนุก ๆ ความบันเทิงที่เหมาะเอาไว้ดูแบบเพลิน ๆ ได้ฮา ได้ฟินแบบไม่ต้องคิดอะไรเยอะ

รีวิว บุพเพสันนิวาส 2

ด้วยทุนสร้างที่ถือว่าค่อนข้างสูง ตัวหนังก็เลยเล่นใหญ่ใส่เต็มทั้งโปรดักชันที่ทุ่มทุนสร้าง งานเซตติง ฉาก พรอป ที่ถือว่าละเอียดใช้ได้ แม้งานซีจีอาจจะมีลอยนิด ๆ รวมทั้งตัวหนังเองก็ยังวางเรื่องราวใหญ่โต ที่เล่าตั้งแต่การบ้าน (คนรักกัน) ไปถึงเรื่องของการเมืองในประวัติศาสตร์ ทำให้ตัวหนังยาวมากถึง 166 นาที หรือ 2 ชั่วโมง 46 นาที สามารถรักษาความเป็นแก่นของบุพเพฯ สำหรับแฟน ๆ เอาไว้ได้ดีเลยแหละ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *